ข่าวการศึกษา 60

ศธ.ออกกฎเหล็ก ขอสถานะรศ.-ศ.-ผศ. พบลอกผลงานเตรียมปลด สอบวินัยดุดัน แบน 5-10 ปี

ในวันที่ 31 ตุลาคม นักข่าวรายงานว่าwebราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง หลักเกณฑ์พร้อมด้วยกลยุทธ์พินิจพิจารณาตั้งแต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ กับศาสตราจารย์ พ.ศ. 2560 ที่ลงนามโดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน ก.พ.อ. เพื่อที่จะให้หลักเกณฑ์การแต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ เป็นช่องทางในการพัฒนาคุณภาพวิชาการพร้อมด้วยนวัตกรรมของประเทศ รวมถึง ครอบคลุมผลงานที่คณาจารย์ได้นำความรู้ความจัดเจนในสาขาวิชาของตนมาใช้ในการขจัดปัญหากับพัฒนาชุมชน สังคม หรือประเทศ ตลอดจนเคี่ยวเข็ญให้สถาบันอุดมศึกษาไทยก้าวสู่ความเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับนานาชาติพร้อมด้วยเพิ่มขีดสมรรถนะในการชิงชัยของประเทศ

ซึ่งในประกาศได้มีการปรับซ่อมต่างจากเดิมหลายข้อ อาทิ ข้อ 5 การรังสรรค์คุณครูประจำผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีปกติให้ลงมือ อย่างนี้ 1.การตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เจาะจงคุณค่าเฉพาะตำแหน่ง ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้อง ดำรงตำแหน่งอาจารย์ พร้อมกับทำการอบรมสั่งสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี หรือ ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งผู้สอน พร้อมกับทำการอบรมสั่งสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือ พร้อมกับในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งครู พร้อมด้วยทำการฝึกสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี พร้อมด้วยพ้นระยะทดลองการดำเนินงาน ที่กำหนดโดยสถาบันนั้นๆ

นอกจากนี้ในข้อ 5.1.4 .จริยธรรมกับจรรยาบรรณทางวิชาการในการไตร่ตรองกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องคำนึงถึงจริยธรรมพร้อมด้วยจรรยาบรรณทางวิชาการ ดังต่อไปนี้ (1) ต้องมีความซื่อตรงทางวิชาการ ไม่นำงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนพร้อมทั้งไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น ไม่นำชิ้นงานของตนเองในเหตุเดียวกันไปโฆษณาชวนเชื่อในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ

รวมไปถึงไม่จดข้อความใด ๆ จากงานเดิมของตน โดยไม่เกี่ยวโยงผลงานเดิมตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ในลักษณะที่จะทำให้รู้ผิดว่าเป็นผลงานใหม่ (2) ต้องอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในชิ้นงานทางวิชาการของตนเองเพื่อให้แสดงหลักฐานของการค้นคว้า (3) ต้องไม่คำนึงถึงผลตอบแทนทางวิชาการจนเฉยเมยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือสิทธิมนุษยชน (4) ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจากการเรียนรู้โดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ไม่มีอคติ พร้อมทั้งเสนองานตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการเล่าเรียนหรือวิจัย โดยมุ่งหวังประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้อื่น กับเสนอชิ้นงานตามความเป็นจริง ไม่ขยายข้อค้นพบ โดยไร้การสังเกตประกันในทางวิชาการ

ข่าวการศึกษา 60

หนังสือคำพ่อสอน